--สาวร่างใหญ่--
หลังจากเอาเพลงไปลง 1 เพลง ผลการตอบรับดีเยี่ยม ได้รับการเม้นกลับมา เท่าๆกับที่เขียนยาวๆเลย -- แต่ส่วนใหญ่จะเป็นด่าซะมากกว่า -- ทางทีมงาน (เจ๊ยย !! มีกูคนเดียว - -) จึงเห็นว่า กลับมาเป็นเรื่องของเพื่อนๆ เหมือนเดิมน่าจะดีกว่า (กูจะซึ้งมั่งไม่ได้เลยเหรอไง - -) แต่ก่อนจะเขียนเราก็ต้องมานั่งนึกดูอีก ว่า ใคร...ที่ควรจะโดนนินทา -*- ใคร...ที่โดนกูแซวแล้วจะไม่โกรธ -*- และ ใคร...ใครดีล่ะ ? แหะๆ ปาล์ม คับ เราจะหยิบคุณเธอขึ้นมาพูดถึงกัน ขอท้าวความก่อนนะ ว่ายายนี่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยโน่นนนนนนนนน - - ม.ต้น - - ถ้านับจิงๆก็คือ รู้จักมาประมาณ 10 ปีล่ะ ม.ต้นเป็นคนยังไง ทุกวันนี้ก็คงเป็นคนอย่างงั้น จะมีเปลี่ยนไปก็แต่สิวบนใบหน้า และสรีระที่มัน......อืมมมม...... นั่นแหละ บางอย่างควรมี มันไม่ยอมมี บางอย่างไม่ควรมี มันดันจะมี 555+ (แหะๆ กูตั้งใจล้อเล่นนะ จิงรึป่าว ก็ไม่รู้ - -) จิงๆแล้วเราอยู่ห้องเดียวกัน ปีเดียวเองนี่หว่า แต่ก็เอาเหอะ สนิทกัน เนอะๆๆ จริงๆในแก๊งคุณเธอจะมีอีก 2 สาว (ตั๊ก กะ นัตตี้ ยิ่งนัตตี้นี่ เจอมา 4 ปี แทบอ้วก !! ไว้มีเวลาจะกล่าวถึงมึงอีกคนนะ นัตตี้ - -) กลับมาเรื่อง ปาล์ม ก่อน ยัง งงๆ ตัวเองเหมือนกันนะ ห่างกะมันไป 2 ปี อยู่ดีๆ ก็กลับมาสนิท กันอีก ตอน ม.ปลาย แต่ก็ดีแล้วล่ะ -- จะว่าไป ก็ไม่ค่อยมีเรื่องนินทามันเท่าไหร่หรอกนะ -- เอาว่า พูดถึงเรื่องหุ่นมันดีกว่า 555 เราจะมาดูการเจริญเติบโตของคุณเธอกัน (จิงๆ ก็รู้นะว่าผู้หญิงไม่ชอบให้พูดถึงเรื่องนี้ แต่ก็นะ ขอพูดสักนิดนึง อย่าโกรธกูนะ)เริ่มจากวันแรกๆที่เจอกันตอน ม.ต้น เนื่องจากเลขที่ติดกัน เข้าแถวก็จะอยู่ใกล้ๆกันตลอด จึงเห็นได้ว่า เธอเป็นผู้หญิง - - แล้วมันก็น่ารักดีนะ ไม่สูงไม่เตี้ย ไม่อ้วนไม่ผอม ทุกอย่างดู ok เหอะๆ นิสัยใจคออาจจะโหดร้ายไปบ้าง แต่เราจะไม่พูดถึงมัน (เอาซะหน่อยๆ มือมันหนักมาก สำหรับลูกผู้ชายตัวเล็กๆอย่างเรา T-T) แต่แล้วเมื่อเรากลับมาสนิทกันอีกครั้งตอน ม.ปลาย อืมมมมม หลายๆอย่างก็ได้เปลี่ยนไป (และ...ก็มีบางอย่างที่ไม่เปลี่ยน 555) เธอเริ่มมีเนื้อมากขึ้น เหอะๆ จากนั้นตอน ม.6 เนื่องจากความเฉลียวฉลาดของมัน มันก็ไปต่างประเทศ โดยไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS เรื่องราวของมันก็หายไป 1 ปี และเมื่อสาวเจ้า กลับมาถึงเมืองไทย ด้วยความเป็นเพื่อนกัน เราก็ไปรับถึงดอนเมืองเลย ยืนดูอยู่ห่างๆก่อน (เป็นเพื่อนกันไง ไม่ใช่พ่อใช่แม่ จะไปใกล้ๆทำไมวะ - -) เห็นเธอไกลๆ แอบตกใจนะ (กูนี่แหละ ตกใจ) แม่จ้าว เผละ - - เธออวบจิงๆ - - 555 พอเหอะ จะบรรยายมากไปก็น่าเกลียด จริงๆแล้ว มันน่าร้ากกกก หลังจากกลับมาเมืองไทย เธอก็หมั่นลด หมั่นแดก - - ทุกอย่างดูดีขึ้น ถึงแม้จะไม่มากเท่าที่ควร ทุกวันนี้ เธอจัดเป็นสาวร่างใหญ่ (บางอย่าง - -) และที่สำคัญ มันคงยังไม่เข็ด แล้วก็ยังคงฉลาดต่อไป มันไปอีกแล้ว คราวนี้ไปเดนมาร์ค กลับมาไม่รู้จะเป็นเยี่ยงไร (แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะเหมือนตอนที่กลับมาจากอเมริกาหรอกนะ เพราะคิดว่า ประสบการณ์จะสั่งสอนมึงเอง 555 ) ยังไงก็ต้องรอดูตอนมันกลับมาล่ะคับ (ดีนะ ที่กูไม่มีรูปมึง ^^' ) ยังไงซะ ปาล์มก็เป็นเพื่อนที่ดีเสมอนะ คิดถึงนะจ๊ะ 555 (เราก็ต้องลูบหลังปิดท้าย ตามสูตร - - ) รีบกลับมาล่ะ...พอก่อนละกันนะ... ^^
อ้อ !! ลืมไป...สำหรับแฟนๆ แก๊งลูกหมู - - update ข่าวกันหน่อย ลูกหมู"บอย" ได้ไปสร้างชื่อเสียงอันลือลั่น ณ สน.นางเลิ้ง 555+ มันติดคุก !!! อ่ะ อ่ะ อาจจะตกใจ แต่มันไม่ใช่อย่างง้านนนน บอยก็ยังคงเป็นบอย เราจะพูดพอสังเขป...วันนั้น นอนอยู่บ้านครับ เพื่อนยุ่น (เอาว่าเป็นเพื่อนละกัน อย่า งง เลย ว่าใคร - -) โทรมาหา บอกว่า "มีข่าวด่วนว่ะ ไอ้บอยติดคุก ประกันไม่ได้ด้วย มันต้องใช้เงินเป็นแสน หรือไม่ก็เอา นายพล มาค้ำประกัน" ชิบหายแล้วคับ ค่าตัวบอยสูงขนาดนั้น จังหวะนั้นไม่ขำนะเนี่ย "เฮ้ย แล้วมันโดนข้อหาไรวะ" เพื่อนยุ่นตอบกลับในทันใด "ทำร้ายร่างกาย" 555+ จังหวะนี้ กูขำแล้ว ไอ้บอยเนี่ยนะ จะทำร้ายร่างกาย - - แต่ก็ช่วยไรมันไม่ได้ เพราะกูไม่มีเงินแสน แล้วกูก็ไม่มีญาติเป็นนายพล - -ได้แต่ไปเยี่ยมเพื่อนบอย ที่นางเลิ้ง พอไปถึง มันอยู่ในห้องสอบสวน หันออกมามองเพื่อนๆ ตาปริบๆ (คงจะซึ้ง - - ) แต่พวกเราข้างนอก ก็ยากที่จะอดขำจิงๆ บอยติดคุก 555+ ความจริงก็คือ บอยโดนจับมาโดยไม่รู้ตัว ได้ฟังจากปากแม่ของบอยว่า ตื่นมา กำลังจะกินข้าว ตำรวจก็มาจับ บอย 555 (กูขำนะ ไม่ใช่แม่บอย) คนร้าย ซึ่งมีหน้าตาเหมือนบอยหรืออย่างไรไม่ทราบ ซ้อน มอ'ไซ เอามีดไปฟันผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้หญิงซะด้วย - - นึกภาพตาม บอยซ้อน มอ'ไซ เอามีดฟันคนอื่น อืมม...มันคงฮาดี - - บอยโดนคดี "ฟันหญิง" แม่จ้าววว 555 สุดท้ายวันนั้น บอยก็ได้กลับบ้านมาเพราะว่า ผู้เสียหายชี้ตัวแล้วว่าผิดคน รอดออกมาได้ พร้อมกับประสบการณ์การอยู่ในคุก รู้สึกจะประมาณ 4 ชั่วโมงได้ เหอะๆ เมื่อออกมาได้ ด้วยแรงกุศล บอยจะไปทำบุญ โลงศพ เลยออกตัวจาก สน. นางเลิ้งในทันที มุ่งหน้าสู่มูลนิธิปอเต๊กตึ๊ง โดยมีพี่เชียร์เป็นคนขับรถ 555+ ไม่ต้องสืบเลย ทำบุญไม่ขึ้นจิงๆ - - หลงคับ - - ทั้งที่มันไม่ได้ไกลกันเล้ยยย ไปกันไม่ถูก เวนจิงๆ สุดท้ายบอยก็กลับบ้าน พร้อมกับมือดำๆที่เปื้อนหมึก และเงินที่แม่ให้ปลอบขวัญ 500 บาท - - ทุกอย่างกลับสู่ปกติ บอยก็คือบอย คับพี่น้อง ^^
อย่าทำให้ฟ้าผิดหวัง
ฟ้ายังมีตา ที่ฟ้านำเธอมาร่วมทางอยู่กับฉัน
ท่ามกลางคืนวัน ที่เหนื่อยล้ากายใจ ให้ยังพอมีแรงสู้ไป
ถึงล้มก็รู้ ว่าฉันยังมีมือของเธอ ถึงฉันนั้นพลั้งหรือพลาดอะไรไป
อย่างน้อยยังมีเธอ เป็นเหมือนเส้นชัย
และทุก ๆ ครั้ง ที่เสียอะไรไปเท่าไร ก็คิดทุกครั้งว่าได้อะไรมา
และพบว่าฉันโชคดีสักเพียงใด....ที่พบเธอ
อยู่กันอย่างนี้นาน ๆ นะเธอ จากกันวันไหน ฟ้าคงจะผิดหวัง
อยู่กันตรงนี้หัวใจจะฝากฝัง ใส่มือเธอนั้น
อย่าไปไหน อย่าไปไหน อย่าไปไหน
เมื่อฉันลืมตา ก็ขอแค่ได้มองเห็นเธออยู่กับฉัน
หนทางจะไกล สุดขอบฟ้าไม่หวั่น ได้รางวัลเป็นเธอมาแล้ว
----------------------------------
--แก๊งลูกหมู--
กลับมาอีกครั้ง หลังจากหายไปนาน แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเขียนเรื่องไรดี...เอาเป็นว่า เขียนเรื่องคนอื่นต่อไป (จะเขียนเรื่องตัวเองทำไมวะ มีใครสนใจกูบ้าง !!!) คราวนี้เป็นเพื่อนหนุ่มกันบ้าง เป็นเพื่อน 3 ตัว ที่มาเกาะกินอยู่ที่บ้านเราเป็นเวลานาน เปรียบดังลูกเลี้ยงของคนที่บ้านนี้ (บ้านกูนี่หว่า - -") จะเริ่มบรรยายถึงสรรพคุณของแต่ละตัว (หวังว่าเพื่อนจะไม่โกรธกันนะ ยังไงเราก็เพื่อนกัน รักกันเด้อออ)
ตัวแรก มันชื่อ "บอย" มันเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่ต้องกินเพื่ออยู่ แต่เวลามันแดก (ถ้าเรียกกินจะไม่เห็นภาพ) มันจะลืมตัวว่าเป็นมนุษย์ ยัดเข้าไปเผื่อวันพรุ่งนี้หรืออย่างไร บอยเป็นเพื่อนที่น่ารัก ยามสุขร่วมเสพ ยามทุกข์ก็ร่วมเสพ (ต้านไม่ไหว) มันจะมีไรแปลกๆ ให้เพื่อนร่วมก๊วนได้ฮาอยู่เสมอ มันไม่ใช่มุข มันเป็นเรื่องของความไม่รู้ (ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดอยู่แล้ว) อีกทั้งเพื่อนบอยของเรามันก็ยังเป็น พสกนิกร ดีเด่น "อยู่อย่างพอเพียง" มันจะพกตังค์ได้พอเพียง (หรือบางทีก็เกือบพอเพียง จะไม่มีเกือบไม่พอนะ) บอยมีวิธีการไปเที่ยวที่แปลกอยู่นิดหน่อย คือบอยมักจะนึกว่าเป็นบุฟเฟ่ต์ เหอะๆ มันจ่ายก่อนเลย ใครรับเงินมันก่อนเข้างานนี่ ซวยแน่ๆ มันจ่ายแค่นั้น ถ้าเกินคนรับก็จ่ายเติมให้เต็ม (แล้วคนที่ซวยก็มักจะเป็นเพื่อน"เชียร์" ดังจะกล่าวในบทถัดไป) เมื่อบอยตีตั๋วเข้างานบุฟเฟ่ต์แล้ว มันยังไม่หยุดตลก(แดก) มันสั่งได้เรื่อยๆ (เพราะมันจ่ายเงินแล้ว) สั่งโดยไม่กลัว แม้ว่าจะตายในหน้าที่ มันก็เคยทำมาแล้ว มีเหตุการณ์นึงที่เราประทับใจมันมาก จะเล่าให้ฟังโดยย่อว่า วันนั้นไปสังสรรค์กันเล็กน้อย เพื่อนบอยมาแปลก ไม่ตีตั๋วด้วย บอกว่ามีจ่าย สั่งเลย เราก็หลงเชื่อมัน สั่งใหญ่เลย "พี่ !! เบียร์ 2" จนแล้วจนเล่า นับได้ 10 ก่าขวดแล้ว เริ่มจะเมากันแล้ว บอยเหมือนยังไม่รู้สึกอะไร (เพราะว่า เด็กเชียร์เบียร์น่ารัก) เพื่อนบอยของเราหล่อเลย "น้องๆ เบียร์ 2 ขวด" ไอ้พวกเราก็เริ่มคิดแล้วว่าตังที่เอามาจะพอเหรอ เบียร์ชักจะเยอะเกิน บอยสวนขึ้นมาเลย "เด๋ว 2 ขวดนี้ กูเลี้ยง !!" แหมๆ บอยเลี้ยงทั้งที ไม่กินก็น่าเกลียดล่ะคับ พอเบียร์มาถึง แดกไม่ทันครบแก้วเลยคับ --- พรวด!!! --- ไม่ต้องสืบเลย เสียงนี้ที่คุ้นเคย มันอ้วก การไปกินเหล้าแล้วอ้วก อาจจะเป็นเรื่องธรรมดา ถ้ามันถูกที่ถูกทาง แต่วันนั้น ที่ที่เราไปสังสรรค์กัน เป็นร้านหมูกะทะชื่อดังแถวรัชดา เหอะๆ นึกเอานะคับพี่น้อง ร้านหมูกะทะ โต๊ะเบียดๆกัน มีแต่คนไปกินอาหาร แล้วจังหวะนั้นคนแน่นถึงขั้นต้องจองโต๊ะ โอ้วว มันทำแสบ เราทั้งหลายอายมาก !! ถ้าเราเป็นโต๊ะข้างๆ คงจะด่า อ้วกมาได้ กินไม่ได้รู้ตัวกันเลย เหอะๆ เมื่อมีอ้วกเกิดขึ้น เราจะอยู่เหรอคับ "น้องๆ เช็คบิล ด่วน" บิลมา ทำไงล่ะ เพื่อนเชียร์ซวยคับ ออกก่อน แล้วไง ได้คืนครบที่ไหน ---"เด๋ว 2 ขวดนี้ กูเลี้ยง !!" หายไปไหน--- บิลมาหารแบบจ่ายเท่า ไม่มีการเลี้ยงเกิดขึ้น เชียร์ซวยไป ออกมากสุด หารอีท่าไหนไม่รู้ เฮ้อออ...อ้วกแล้วชิ่งเลย แกล้งลืม...จิงๆเรื่องของบอยยังมีอีกมากมาย แต่พอก่อนเถอะ เขียนถึงมันมาก มันคงไม่ดี
ตัวต่อมา "เชียร์" หนุ่มผู้เคราะห์ร้าย ได้ชื่อว่าเป็นพ่อไอ้บอย (ดังกล่าวมาในบทที่แล้ว) เหอะๆ เรื่องของไอ้นี่ก็ไม่มีไรมากมาย เป็นเพื่อนกันมานานจนไม่อยากจะนับว่ากี่ปี ขี้เกียจ จิงๆมันก็มีเรื่องเยอะนะ แต่...แต่ละเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเราไม่สามารถมีใครจดจำได้ เป็นประจำที่เรากลับบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุและที่มาของการกลับมานอน เมาคับ!! แล้วทุกครั้งที่เป็นเช่นนั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการไปเที่ยวกะมันนี่แหละ "เพื่อนเชียร์" แล้วทุกครั้งตื่นมาก็จะมีคำถามตามมา เมื่อคืน...เราออกตังค์ไปเท่าไหร่ เมื่อคืน...ใครมาส่งเรา เมื่อคืน...กูคุยโทรศัพท์กะใครมั่ง และ เมื่อคืน...กูอ้วกรึป่าว หลังจากตอบคำถามตัวเองไม่ได้ เราก็ต้องใช้ตัวช่วย --ทางทีมงานติดต่อเพื่อนเชียร์เด๋วนี้เลยคับ--คว้าโทรศัพท์ โทรหามันเลย เพื่อนเชียร์ตอบได้แน่ แล้วก็จะเป็นประจำที่คำตอบจะเป็นว่า "กูก็ไม่รู้ว่ะ จำไม่ได้ เมา 555" เหอะๆ พอกันเลยมึง...เหตุการณ์ที่น่าประทับใจกับมันนี่ เกิดมาไม่นานนี้ เพื่อนเชียร์เรียนอยู่ที่หอการค้าไทย พี่น้องคับ นรกชัดๆ ไปแดกที่นั่นทีไร เป็นหมากลับมาทุกที เราไปกันแบบชิวๆเลย 2 หนุ่ม (ชวนคนอื่นแล้วไม่มีใครไปด้วย) กะจะล้างอาถรรพ์ที่หอการค้าซะหน่อย...บอกเชียร์เลยว่า จะเลิกสูบบุหรี่ ขอร้านที่ห้ามสูบข้างใน เด๋วได้กลิ่นจะเลิกไม่ได้ ได้โต๊ะก็สั่งทันทีสั่งเลย Hundred กลมนึงคับ เด็กเสิร์ฟยื่นข้อเสนอ Ben More มั้ย แถมมิกเซอร์ 4 ขวด ด้วยความโลภ จัดเลย Ben More เลยคับ 2 คน กดไป 1 กลม สติที่เหลืออันน้อยนิดว่าจะกลับบ้าน แต่แล้ว...ปากบอนสั่งเบียร์มาเหยือกนึง กะว่า ตบเบียร์แล้วหลับสบาย เอาเลยคับ 1 เหยือก "เฮ้ย เชียร์ หมดเหยือกนี้ กูกลับบ้านแล้วนะ ไม่ไหว เมาแล้ว เด๋วที่บ้านกูจะว่า" --ประโยคเมื่อสักครู่ แต่งเองคับ ไม่เกิดขึ้นจิง-- ภาพสุดท้ายที่จำได้คือแดกเบียร์เหยือกสุดท้ายแล้วก็จะกลับ หลังจากนั้น "ภาพล้ม" บาสและเชียร์ ไปกินต่อกันยังไง หมดไปเท่าไหร่ ไม่สามารถทราบได้ แล้วที่ประทับใจที่สุดเลย ตอนได้สติ...ลืมตาขึ้นมานิดนึงภาพมันสว่างๆ นึกในใจว่า "กลับบ้านมาไงวะ" เงยหน้าขึ้นสูงๆ "อ้าว ทำไมมันมืดวะ" ลืมตากว้างขึ้นอีกหน่อย "เอ๊ะ ที่เดินไปมา นั่นใครวะ" แล้วกางเกงยีนกู มาพาดที่ไหล่กูได้ไงวะ สักพักสติเริ่มมา ชิบหาย !! เสียงนี้เลย 7-11 กูมาหลับอะไรหน้า 7-11 แล้วนี่มันที่ไหน แล้วใครมาส่งกู ทำไมมาส่งแค่นี้ ได้สติ รีบโบกแทกซี่กลับบ้านด้วยความอาย ขึ้นแทกซี่ได้ ภาพล้มอีกครั้ง ตื่นมาอีกที อยู่บ้านแล้ว --แทกซี่มันรู้ทางมาบ้านกุได้ไงวะ กูบอกทางมันตอนไหน แล้วใครจ่ายตังค์มึง เหอะๆ-- ทุกวันนี้ก็ยังไม่ทราบว่า 7-11 นั้น มันอยู่ตรงไหนของประเทศ เมื่อตื่นเช้ามาเลย --อ้วกซะ-- แล้วคว้าโทรศัพท์ โทรหามันเลย "อยู่ไหนวะ" ถามด้วยความเป็นห่วง "กูอยู่หอฟ้า(แฟนมัน)" บาสยิงไม่หยุด "มืงปล่อยกูไปหลับไรหน้าเซเว่นวะ มืงไปส่งกูเหรอ" แล้วคำตอบก็เหมือนเดิม "กูไม่รู้ว่ะ กูเมา" คำตอบทุกอย่างมีฟ้าคนเดียวที่ตอบได้ เพราะฟ้าไม่เมาเฮ้ออ...เรายังคงไม่สามารถรู้ได้ว่า ทำไม เพื่อน จึงมาปล่อยให้กูหลับอยู่อย่างงั้น เอากูไปให้ถึงที่นอนไม่ได้เหรอไงวะ แสดดดดดด กูอาย !!! (นี่กูจะมาเล่าเรื่องมึง หรือ กูเอง กันแน่วะ งงตัวเอง - -")
ตัวสุดท้ายแล้ว ชื่อ "เชียร์" อีกแล้ว แต่นี่ไม่ใช่เพื่อน มันเป็นพี่ (ลูกพี่ลูกน้อง) หน้าเสือกคล้ายๆกูอีกนะ - -" แต่เราก็สนิทกันเหมือนเพื่อนซะมากกว่า พวกเราทุกคนให้ความเคารพมัน ในฐานะพี่ โดยเราจะเรียกมันว่า "ไอ้พี่เชียร์" กันทุกคน มันจะเป็นคนที่ค่อนข้างแปลกนิดนึง ชอบมีไรแปลกๆให้ขำอยู่เรื่อย เวลาไปกินข้าวตามร้านอาหารด้วยกัน ไอ้คุณพี่นี่ก็จะกลัวการที่จะต้องสั่งอาหาร ไม่รู้จะกลัวห่าไร อายห่าไร แต่ที่น่าประทับใจสุด เรื่องมันนี่ต้องเป็นเรื่องขับรถเลย มันเป็นเรื่องบังเอิญที่เหตุการณ์เกิดขึ้นวันเดียวกับเหตุการณ์ของเพื่อนบอย (ดังกล่าวมาแล้วในบทแรก) เรื่องเกิดขึ้นเนื่องจากมันเป็นพี่ที่ดี เพิ่งจะได้รถมาขับไง ซ่า มารับเราถึงลาดกระบัง ก่อนมานี่ประวัติดีเลย ขับรถไม่เคยเฉี่ยวชน มาถึงหน้าหอ แผลแรกก็เกิด มันขับไปขูดกระถางต้นไม้ข้างทาง เป็นรอยลึกอยู่ แต่ด้วยสปิริตพี่ที่ดี บอกว่า "ไม่เปงไร" ใครจะเชื่อคับ แอร์ก็เย็น แต่เหงื่อนี่พลั่กๆ ขับไปได้สักพักก็ลืมเหตุการณ์นั้นไป ไอ้เราก็โทรนัดเพื่อนเชียร์ กับ เพื่อนบอยเลย "เจอกันที่ central ลาดพร้าวนะ เด๋วพี่เชียร์ขับรถไปรับนะ ไปแดกหมูกะทะกัน" ไอ้เราก็คิดในใจว่า มันเพิ่งหัดขับ ไปจอดที่ central มันจะยากไปมั้ย ทางขึ้นที่จอดรถมันขึ้นยากน่ะ ไอ้เราก็ชักชวนไปจอดที่ Lotus ฝั่งตรงข้าม แล้วโทรเปลี่ยนจุดนัดพบกับเพื่อนๆเลย ไปถึง Lotus เห็นที่จอดรถว่างอยู่ 2 คนพี่น้องดีใจ ได้ที่จอด "พี่เชียร์จอดนี่แหละ" พี่เชียร์จัดการเอาหน้าเข้าเลย --จอดได้สวย-- เริ่มเกิดความไว้ใจ เมื่อมาพบกันครบทีม ถึงเวลาต้องถอยออก ด้วยความเป็นมือใหม่พี่เชียร์บอกเลย "ช่วยกันดูหลังหน่อย" จัดไป เราทุกคนหันดูหลังกันหมด รวมทั้งคนขับด้วย -- เพื่อนเชียร์เริ่มคิดดี "พี่เชียร์ดูหน้าด้วยนะ" โครม !!! เสียงดังอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยเสียง "ชิบหายแล้วไง" เราเจอผู้เคราะห็ร้าย Honda City สีดำ จอดอยู่ข้างๆ รับไปเต็มๆ หน้าชนไปแล้ว มัวแต่ดูหลัง --City กระเด้ง-- ไอ้พี่เชียร์ถึงกับซีด แต่พวกเรายังฮาอยู่ (ตลกเหี้ยไรกันวะ - -") ขำต่อไป พี่เชียร์ก็ลกๆตามสไตล์ของมัน ไม่รู้จะทำไง แต่เมื่อทุกคนรวบรวมสตืได้ ก็ออกตัวทันที อยู่ให้โง่สิคับ ออกมา แล้วตรงไปที่ร้านหมูกะทะชื่อดังแถวรัชดา ซึ่งพระเอกจะเปลี่ยนเป็นเพื่อนบอย (ดังเรื่องที่กล่าวมาในข้างต้น)
เหอะๆ นี่ก็เป็นการแซวกันเล่นอีกครั้ง ยังไงกูก็รักเพื่อนๆ ทุกคนนะ ไม่ว่าใครจะเป็นไง ก็ "เพื่อน" กันล่ะวะ จะเรียกว่า"เพื่อนตาย"ก็ได้ ไม่อยากซึ้งมาก ทำใจไม่ได้ เอาว่ายังไงเราก็เป็นอย่างงี้กันตลอดไปละกัน หนุกดี (แต่กูว่าบางทีพวกเราก็น่าจะมีสาระให้มากกว่านี้นะ เหอะๆ พูดเหมือนจะทำได้ - -")